ใหม่! เข้าสู่ระบบเพื่อจัดการบัญชีของคุณ ดูบันทึก ดาวน์โหลดรายงาน (PDF/CSV) และดูข้อมูลสำรองของคุณ เข้าสู่ระบบที่นี่!
แชร์บทความนี้:

อาหารสำหรับคนท้อง: อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง สารอาหารที่ควรเพิ่ม และเคล็ดลับทั่วไป

ถ้าคุณสงสัยว่า “ขณะท้องกินอะไรได้บ้าง?” และ “มีอาหารใดที่คนท้องควรหลีกเลี่ยง?” บทความนี้มีคำตอบ ในบทความนี้คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับคำแนะนำเรื่องโภชนาการสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง และสารอาหารสำคัญที่ควรรวมไว้ในอาหารประจำวันของคุณ

ตัวเลือกอาหารสุขภาพและคำแนะนำโภชนาการสำหรับคนท้อง รวมถึงอาหารที่ควรเลี่ยงและสารอาหารจำเป็น

ถ้าคุณเพิ่งทราบว่ากำลังตั้งครรภ์ – ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ! การตั้งครรภ์คือช่วงเวลาสำคัญที่เปลี่ยนแปลงทั้งทางจิตใจ อารมณ์ และที่สำคัญที่สุดคือร่างกาย คุณอาจต้องปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เพื่อรองรับการตั้งครรภ์และลูกน้อยที่กำลังเติบโตในตัวคุณ

ในช่วงนี้ เชื่อว่าคุณมีคำถามมากมาย โดยเฉพาะเรื่องอาหาร คนท้องต้องการโภชนาการเพิ่มขึ้นและมีความเสี่ยงด้านสุขภาพสูงขึ้น จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนอาหารตลอดการตั้งครรภ์

คำแนะนำทั่วไปเกี่ยวกับอาหารสำหรับคนท้อง

หนึ่งในสัญญาณแรกของการตั้งครรภ์ คือการเปลี่ยนแปลงของความอยากอาหารและพฤติกรรมการกิน บางคนอาจรู้สึกหิวบ่อยหรืออยากกินอาหารบางอย่างเป็นพิเศษ ขณะที่บางคนอาจแพ้ท้องหนักจนกินได้เพียงอาหารบางชนิดเท่านั้น

การตั้งครรภ์คือภารกิจที่ใช้พลังงานสูงมาก ร่างกายจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่เพียงพอสำหรับ พัฒนาเด็กน้อยและรก ตลอดระยะเวลาตั้งครรภ์

หลายคนอาจเคยได้ยินว่า “ต้องกินเผื่อสองคน” แต่ความจริงไม่ใช่เช่นนั้น ผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องการพลังงาน ประมาณ 1,600 ถึง 2,400 แคลอรี่ต่อวัน ขึ้นอยู่กับกิจกรรมของแต่ละคน การตั้งครรภ์ควรเพิ่มพลังงานแค่ 300-450 แคลอรี่ หลังจากไตรมาสแรก ซึ่งเทียบได้กับขนมปังปิ้งอะโวคาโดใส่ไข่หรือช็อกโกแลตแท่งขนาดกลางหนึ่งแท่งต่อวัน

คำแนะนำทั่วไปเรื่องอาหารสำหรับคนท้อง:

  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ (น้ำหนักอาจเพิ่ม 11-16 กิโลกรัม หรือ 25-35 ปอนด์ตลอดการตั้งครรภ์)
  • เคลื่อนไหวและออกกำลังกายเบา ๆ หากแพทย์ไม่สั่งห้าม
  • เลือกกินอาหารให้หลากหลายครบหมู่
  • ทานอาหารเสริมหรือวิตามินที่แพทย์แนะนำ
  • ทานมื้อย่อย ๆ บ่อยขึ้นเพื่อลดอาการคลื่นไส้อาเจียน
  • ดื่มน้ำและเครื่องดื่มที่อุดมด้วยอิเล็กโทรไลต์ เช่น น้ำผลไม้ หรือซุป

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงขณะตั้งครรภ์

อีกหนึ่งคำถามสำคัญคือ ‘มีอาหารอะไรที่คนท้องห้ามกินบ้าง?’ โดยทั่วไป ให้หลีกเลี่ยงอาหารหรือผลิตภัณฑ์ที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อนสูง

ตัวอย่างเช่น:

เนื้อสัตว์และไข่ดิบหรือปรุงไม่สุก

เนื้อดิบอาจมีเชื้อโรคเช่นซัลโมเนลล่า หรือลิสเทอเรีย ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอาหารเป็นพิษมากขึ้นขณะตั้งครรภ์ ภูมิคุ้มกันของแม่จะอ่อนแอลง และทารกในครรภ์ก็ยังป้องกันเชื้อโรคได้ไม่ดี การติดเชื้อแบคทีเรียหรือพยาธิในช่วงนี้อาจเป็นอันตรายร้ายแรง

ตัวอย่างอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง:

  • คาร์ปาชโช่ (Carpaccio)
  • สเต็กทาร์ทาร์ (Steak tartare)
  • เนื้อสัตว์สำเร็จรูป เช่น แฮม ไส้กรอก
  • ไข่ไม่สุก ไข่ลวก (แม้ปัจจุบันบางแหล่งบอกว่าสามารถกินได้แต่ควรรู้แหล่งที่มาของไข่)
  • ไข่เบเนดิกต์ (Egg Benedict) (เพราะซอสฮอลแลนเดสใช้ไข่ดิบ)
  • สเต็ก Rare ถึง Medium

ปลาและอาหารทะเลที่มีปรอทสูง และอาหารทะเลดิบ

ปรอทจะสะสมในร่างกายและอาจเป็นอันตรายต่อระบบประสาทของทารก หลีกเลี่ยงปลาที่มีปรอทสูง และหลีกเลี่ยงอาหารทะเลดิบทุกชนิดด้วยเหตุผลเดียวกับเนื้อดิบ

ควรจำกัดกินปลาที่มีปรอทสูง เช่น:

  • แมคเคอเรลตัวใหญ่ (King mackerel)
  • ปลาฉลาม
  • ปลาดาบ (Swordfish)
  • ปลาไทล์ (Tilefish)
  • ปลามาร์ลิน
  • ปลาทูน่าขาว (Albacore)
  • ปลาทูน่าเหลือง (Yellowfin tuna)
  • ปลาชิลีซีบาส
  • บลูฟิช
  • ปลาเก๋า (Grouper)

งดรับประทานปลาดิบ เช่น:

  • ซูชิ
  • หอยนางรม
  • ซาชิมิ
  • หอยเชลล์
  • หอยลาย
  • อาหารทะเลรมควัน

ผลิตภัณฑ์นมที่ไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรส์

อาจมีเชื้อลิสเทอเรียซึ่งเสี่ยงต่อการแท้ง คลอดก่อนกำหนด หรือทารกป่วยรุนแรง การพาสเจอร์ไรส์ช่วยกำจัดความเสี่ยงนี้

ควรหลีกเลี่ยง:

  • ชีสชนิดทาขนมปังที่ไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรส์
  • โยเกิร์ตหรือไอศกรีมที่ไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรส์
  • ชีสบรี (Brie)
  • ชีสกาม็องแบร์ (Camembert)
  • ชีสโรเกอฟอร์ (Roquefort)
  • ชีสเฟต้า (Feta)
  • ชีสกอร์กอนโซลา (Gorgonzola)
  • เควโซเฟรสโก (Queso fresco)
  • เควโซบลังก้า (Queso blanco)
  • ชีสปาเนลา (Panela cheese)

อ่านเพิ่ม: คนท้องกินน้ำผึ้งดิบได้หรือไม่?

ผลไม้และผักที่ยังไม่ล้างสะอาด

อาจมีพยาธิท็อกโซพลาสมาที่เสี่ยงติดเชื้อและเกิดความผิดปกติหรือใช้แท้ง ต้องล้างผักผลไม้ให้สะอาดทุกครั้ง และล้างมือก่อนรับประทานอาหาร

งดแอลกอฮอล์และจำกัดคาเฟอีน

ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ขณะตั้งครรภ์โดยเด็ดขาด เพราะเสี่ยงต่อภาวะ Fetal Alcohol Spectrum Disorders ส่งผลต่อพัฒนาการของทารก

คาเฟอีนในปริมาณมาก (เกิน 200 มก./วัน หรือกาแฟ 2-3 แก้ว) เพิ่มความเสี่ยงแท้งและลูกน้ำหนักน้อย

Advertisement


อาหารที่ควรเน้นช่วงตั้งครรภ์

หัวใจหลักของโภชนาการคนท้องคือการทานอาหารครบถ้วนและได้รับสารอาหารที่จำเป็นทุกวัน

อาหารที่สมดุลประกอบด้วย:

โปรตีนไม่ติดมัน

เพิ่มปลา ไข่ และโยเกิร์ตที่ผ่านพาสเจอร์ไรส์ซึ่งปรุงสุกดีแล้วในอาหารแต่ละวัน เลือกกิน เนื้อสัตว์ไม่ติดมันที่ปรุงสุก ธัญพืช เต้าหู้ เทมเป้ เพื่อเสริมสร้างร่างกายและการเติบโตของทารก

ธัญพืชไม่ขัดสี

อุดมด้วยไฟเบอร์ วิตามิน และเกลือแร่ (วิตามินบี ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม ซีลีเนียม) รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระและคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนช่วยให้พลังงานยาวนาน

คนท้องสามารถทานได้ (ถ้าไม่แพ้อาหาร):

  • ข้าวกล้อง
  • ควินัว
  • ข้าวโอ๊ต
  • ข้าวสาลีไม่ขัดสี
  • ข้าวบาร์เลย์
  • บัลเกอร์
  • ลูกเดือย
  • บัควีท
  • ข้าวโพดไม่ขัดสี
  • ข้าวป่า

ผักและผลไม้

ทานผักและผลไม้สดหรือปรุงสุกที่ล้างสะอาดเป็นประจำระหว่างตั้งครรภ์ เพราะอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ ไฟเบอร์ แคลอรี่ต่ำ และสารต้านอนุมูลอิสระ ไฟเบอร์ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและให้พลังงานอย่างต่อเนื่อง

ผักและผลไม้ที่แนะนำ:

  • ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เช่น สตรอว์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ ราสป์เบอร์รี่
  • ผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้ม มะนาว เกรปฟรุต
  • แอปเปิ้ล
  • กล้วย
  • มะม่วง
  • สับปะรด
  • องุ่น
  • พีช
  • ลูกแพร์
  • แตงโมและแคนตาลูป
  • กีวี
  • ผักใบเขียว เช่น ผักโขม เคล ผักกาดหอม
  • ผักตระกูล Cruciferous เช่น บรอกโคลี กะหล่ำดอก กะหล่ำบรัสเซลส์
  • แครอท
  • มะเขือเทศ
  • พริกหวาน
  • แตงกวา
  • หัวหอม
  • กระเทียม
  • มันหวาน
  • ฟักทอง ซูกินี บัตเตอร์นัท
  • มะเขือยาว

อ่านเพิ่ม: คนท้องกินกล้วยได้ไหม?

ผลิตภัณฑ์นมที่ผ่านการพาสเจอร์ไรส์

ควรปรึกษาแพทย์กรณีมีอาการแพ้ผลิตภัณฑ์นม แต่โดยทั่วไปนมช่วยเสริมแคลเซียม วิตามินดี โปรตีน โพรไบโอติกส์ และไอโอดีน จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของกระดูก สมอง และระบบย่อยอาหารของทารก

ถ้าคุณไม่สามารถกินนมได้ ควรพิจารณาอาหารเสริมหรือผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียม เช่น นมจากพืชที่เสริมแคลเซียม

เลือกดื่มนมที่ผ่านการพาสเจอร์ไรส์ เช่น:

  • นมสด
  • โยเกิร์ต
  • กรีกโยเกิร์ต
  • คอทเทจชีส
  • ชีสแข็ง เช่น เชดดาร์ สวิส พาร์เมซาน
  • คีเฟอร์

ไขมันดี

ไขมันดีมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของทารก โดยเฉพาะสมองและดวงตา

ควรเพิ่มในอาหาร:

  • อาหารที่มีโอเมก้า 3 สูง เช่น ปลาแซลมอน ซาร์ดีน เทราต์ เมล็ดเจีย เมล็ดแฟลกซ์ วอลนัท
  • ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว เช่น น้ำมันมะกอก อะโวคาโด อัลมอนด์ ถั่วลิสง เม็ดมะม่วงหิมพานต์

สารอาหารหลักที่สำคัญสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

นอกจากอาหารปกติ แพทย์อาจแนะนำอาหารเสริมหรือวิตามินเพิ่มเติม เนื่องจากความต้องการสารอาหารของทารกสูงขึ้นและบางครั้งอาหารปกติอาจไม่เพียงพอ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มวิตามินเสริมทุกครั้ง

วิตามินและเกลือแร่ที่แนะนำ:

กรดโฟลิก

รับวันละประมาณ 400-800 ไมโครกรัม

กรดโฟลิกจำเป็นต่อการป้องกันความผิดปกติของระบบประสาททารก เช่น สไปนาบิฟิดา ควรเตรียมรับประทานกรดโฟลิกล่วงหน้าหากวางแผนตั้งครรภ์ หรือตั้งแต่รู้ว่าตั้งครรภ์ทันที

ธาตุเหล็ก

รับวันละประมาณ 27 มิลลิกรัม

คนท้องต้องการเหล็กสูงขึ้นอย่างมาก ธาตุเหล็กมีความสำคัญต่อการเพิ่มปริมาณเลือดแม่และช่วยพัฒนาเด็กน้อย รวมถึงรก ช่วยป้องกันภาวะโลหิตจางและเพิ่มการนำออกซิเจนสู่ทารก

แคลเซียม

รับวันละประมาณ 1,000 มิลลิกรัม

ต้องเสริมแคลเซียมตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์จนถึงหยุดให้นม เพราะจำเป็นต่อการสร้างกระดูกและฟันของลูก หากรับไม่เพียงพอ ร่างกายจะดึงแคลเซียมจากกระดูกของแม่ อาจเสี่ยงต่อกระดูกพรุนในอนาคต

โอเมก้า-3

รับประมาณ 200-300 มิลลิกรัม DHA ต่อวัน

ช่วยพัฒนาสมองและสายตาของลูก ลดโอกาสคลอดก่อนกำหนด และน้ำหนักน้อย DHA ซึ่งเป็นโอเมก้า-3 ชนิดหนึ่ง มีความสำคัญต่อการสร้างสมองในไตรมาสที่ 3

วิตามินดี

รับวันละประมาณ 10 ไมโครกรัม

ทำงานร่วมกับแคลเซียมในการสร้างกระดูกและฟัน ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน อาจลดความเสี่ยงเบาหวานขณะตั้งครรภ์และครรภ์เป็นพิษ

รับมือกับอาการแพ้ท้อง

สิ่งที่คุณแม่หลายคนหนักใจคืออาการแพ้ท้อง ผู้หญิงประมาณ 70% จะพบอาการแพ้ท้องอย่างน้อยหนึ่งช่วง โดยเฉพาะในไตรมาสแรก อาจคลื่นไส้ เบื่ออาหาร หรืออาเจียน

แม้จะเรียกว่าคลื่นไส้ช่วงเช้า แต่ความจริงบางคนแพ้ทั้งวันในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ และอาจนานกว่านั้นได้

วิธีช่วยลดอาการแพ้ท้อง:

  • รับประทานมื้อย่อย ๆ บ่อยขึ้น ไม่ปล่อยให้ท้องว่างเพราะกระตุ้นอาการคลื่นไส้
  • เลือกอาหารย่อยง่ายเช่น กล้วย ข้าวต้ม ซอสแอปเปิล ขนมปังปิ้ง (BRAT diet) เวลาคลื่นไส้หนัก
  • จิบน้ำ ชาขิง หรือน้ำมะนาวเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • หลีกเลี่ยงกลิ่นแรงที่กระตุ้นการอาเจียน
  • พักผ่อนให้เพียงพอเพราะความเหนื่อยล้าทำให้อาการหนักขึ้น
  • ลองทานขิงทั้งในรูปแบบชาหรือเม็ดอม
  • บางคนอาจช่วยได้ด้วยการใส่สายรัดข้อมือแบบกดจุด (Acupressure wristbands)
  • ทานของว่างเล็กน้อยก่อนลุกจากเตียงในตอนเช้าเพื่อบรรเทาอาการแพ้ท้องแรก ๆ
  • หากอาการรุนแรงควรปรึกษาแพทย์เรื่องยาบรรเทาอาการแพ้ท้องที่ปลอดภัย

ท้องแบบมังสวิรัติหรือวีแกน

คุณแม่ที่กินมังสวิรัติหรือวีแกนส่วนใหญ่สามารถตั้งครรภ์และคลอดลูกอย่างสุขภาพดีได้ แต่การได้รับสารอาหารครบถ้วนในสัดส่วนที่เหมาะสมอาจยากขึ้น คนที่ไม่ต้องการเปลี่ยนมากินเนื้อสัตว์ขณะตั้งครรภ์ควรเน้นอาหารจากพืชให้หลากหลายควบคู่วิตามินเสริมที่จำเป็น

งานวิจัยหนึ่งระบุว่า:


การรับประทานอาหารจากพืชที่สมดุล อุดมไปด้วยไฟเบอร์และไขมันต่ำ ช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์ เช่น ครรภ์เป็นพิษ เบาหวานขณะตั้งครรภ์ และคลอดก่อนกำหนด อย่างไรก็ตาม ประโยชน์เหล่านี้อาจหายไปหากเกิดการขาดสารอาหาร ไดเอทที่ขาดสารอาหารจำเป็นทั้งโปรตีน วิตามินบี 12 วิตามินดี แคลเซียม DHA และเหล็ก เสี่ยงต่อพัฒนาการผิดปกติของทารก เช่น น้ำหนักน้อย พัฒนาการสมองผิดปกติ และความผิดปกติแต่กำเนิดได้ ดังนั้น สาว ๆ ที่เลือกกินมังสวิรัติหรือวีแกนขณะตั้งครรภ์และให้นมบุตร ควรใส่ใจเรื่องสารอาหารและวิตามินเสริมตามคำแนะนำทางการแพทย์อย่างใกล้ชิด

มังสวิรัติสมดุลสำหรับคนท้องควรประกอบด้วย:

แหล่งโปรตีน เช่น:

  • ถั่ว เมล็ดธัญพืชต่าง ๆ (ถั่วแดง ถั่วลันเตา เป็นต้น)
  • ถั่วเปลือกแข็งและเมล็ดพืช
  • อาหารจากถั่วเหลือง (เต้าหู้ เทมเป้)
  • ธัญพืชไม่ขัดสี
  • สำหรับมังสวิรัติที่ทานไข่และนม: ไข่และผลิตภัณฑ์นม

แหล่งธาตุเหล็ก:

  • ซีเรียลเสริมธาตุเหล็ก
  • ผักใบเขียว (ผักโขม เคล)
  • ถั่วเมล็ดแห้ง
  • ผลไม้แห้ง

วิตามินบี 12:

  • อาหารเสริม เช่น นมพืชยี่ห้อที่มีวิตามินบี 12 หรือผงยีสต์เสริม
  • วิตามินเสริม (สำคัญมากสำหรับวีแกน)

แคลเซียม:

  • ผักใบเขียว
  • ถั่วเปลือกแข็งและเมล็ดพืช
  • นมพืชเสริมแคลเซียม
  • สำหรับมังสวิรัติ: ผลิตภัณฑ์นม

โอเมก้า-3:

  • เมล็ดแฟลกซ์ เมล็ดเจีย วอลนัท
  • วิตามิน DHA จากสาหร่าย

วิตามินดี:

  • รับแสงแดด
  • อาหารเสริม
  • อาหารที่ผ่านการเสริมวิตามินดี

สังกะสี:

  • ธัญพืชไม่ขัดสี
  • ถั่วเมล็ดแห้ง
  • ถั่วเปลือกแข็ง
  • เมล็ดพืช

ไอโอดีน:

  • เกลือเสริมไอโอดีน
  • สาหร่ายทะเล (ในปริมาณที่เหมาะสม)

แนะนำให้ตรวจสุขภาพและตรวจเลือดเป็นประจำเพื่อเช็คภาวะสารอาหารขณะตั้งครรภ์และรับมือแต่เนิ่น ๆ

อาหารกับการตั้งครรภ์

การกินอาหารครบหมู่และได้รับสารอาหารที่จำเป็นในแต่ละวัน เป็นเคล็ดลับของการตั้งครรภ์อย่างมีสุขภาพดีและไร้กังวล ทั้งนี้ อาหารควรปรับเปลี่ยนไปตามแต่ละช่วงของอายุครรภ์ หากต้องการทราบกำหนดคลอดและติดตามการเปลี่ยนแปลงในแต่ละไตรมาส ลองใช้ เครื่องคำนวณกำหนดคลอดของเรา ที่จะช่วยให้สาว ๆ ได้เข้าใจทุกช่วงการตั้งครรภ์และปรับตัวให้เหมาะกับลูกน้อยที่กำลังเติบโตค่ะ

ดาวน์โหลด WomanLog ได้เลย:

ดาวน์โหลดใน App Store

ดาวน์โหลดบน Google Play

แชร์บทความนี้:
https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC6470702/
https://www.healthline.com/nutrition/13-foods-to-eat-when-pregnant
https://www.hopkinsmedicine.org/health/wellness-and-prevention/nutrition-during-pregnancy
https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/16566-morning-sickness-nausea-and-vomiting-of-pregnancy
https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC9182711/
https://www.fda.gov/food/people-risk-foodborne-illness/dietary-advice-and-during-pregnancy
Advertisement


Natural pain relief, shorter active labour, and a more satisfying birthing experience are some of the benefits promised by this widespread practice, but what exactly happens at a waterbirth? Is this a good choice for your birthing journey?
Finding out that you’re pregnant is exciting news and the beginning of a life-long journey. But like any other life-altering event, it requires careful preparation and planning. And the best way to start is by calculating your due date to know when you’ll see your baby. In this article, you’ll learn more about finding out your due date, how it’s measured, and how to calculate it using different techniques.
Your first menstrual period is a significant milestone during puberty. Your first period after giving birth might feel almost the same. Will it be more painful and longer? When can you expect it to start? And how long are you protected against pregnancy after giving birth? In this article, we try to answer all these questions for you.