ใหม่! เข้าสู่ระบบเพื่อจัดการบัญชีของคุณ ดูบันทึก ดาวน์โหลดรายงาน (PDF/CSV) และดูข้อมูลสำรองของคุณ เข้าสู่ระบบที่นี่!
แชร์บทความนี้:

เรื่องเพศคืออะไรและมีความหมายอะไรกับฉัน?

แม้คำว่า ‘เรื่องเพศ’ มักทำให้เราคิดถึงการมีเพศสัมพันธ์ แต่แท้จริงแล้วยังมีอะไรมากกว่าการมีเพศสัมพันธ์และการสืบพันธุ์ในเชิงชีวภาพ เรื่องเพศเป็นแนวคิดแบบองค์รวมที่ครอบคลุมทั้งความต้องการทางกายและจิตใจในเรื่องความรัก ความแนบแน่น และความสุข เป็นชุดพฤติกรรมที่เรากระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ ทั้งตามกฎระเบียบที่มีและไม่มี หรือแม้จะขัดต่อกฎเหล่านั้นก็ตาม

การสำรวจตัวเอง: เรื่องเพศคืออะไรและมีความหมายอะไรกับฉัน?

‘เรื่องเพศของมนุษย์’ หมายถึงวิธีที่แต่ละคนระบุและแสดงออกในฐานะที่เราเป็นมนุษย์ที่มีเพศ เรื่องเพศเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของชีวิตมนุษย์ การตระหนักรู้ถึงเรื่องเพศของตนเอง ทำให้เรากล้าแสดงออกถึงความคิด ความรู้สึก และอารมณ์ได้อย่างแท้จริง พร้อมทั้งสร้างสายสัมพันธ์กับผู้อื่นได้อย่างลึกซึ้ง

สำหรับนักเขียนหลายท่าน เรื่องเพศนั้นถือเป็นแกนกลางในชีวิตมนุษย์ — เริ่มต้นตั้งแต่วัยเด็กเล็กและดำรงอยู่จนเลยวัยสืบพันธุ์ เรื่องเพศไม่ได้หมายถึงแค่การมีเพศสัมพันธ์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงอัตลักษณ์ทางเพศและรสนิยมทางเพศ — ความรู้สึกทางอีโรติก ความสุข ความแนบแน่น และการสืบพันธุ์

เราสัมผัสเรื่องเพศผ่านการแสดงออกในความคิด จินตนาการ ความต้องการ ความเชื่อ เจตคติ ค่านิยม พฤติกรรม การปฏิบัติบาทบาท และความสัมพันธ์ เรื่องเพศได้รับอิทธิพลจากปัจจัยหลากหลายที่ซับซ้อน ทั้งทางชีววิทยา จิตวิทยา สังคม เศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม จริยธรรม กฎหมาย ศาสนา ประวัติศาสตร์ และจิตวิญญาณ

ประวัติศาสตร์โดยสังเขป

เรื่องเพศของมนุษย์เป็นหัวข้อที่มนุษย์ให้ความสนใจอย่างมากตั้งแต่อดีต เราพบหลักฐานการครุ่นคิดเรื่องเพศในงานศิลปะยุคแรกเริ่มและในบันทึกโบราณที่ตกทอดมาจนกลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรม

ตัวอย่างที่เป็นที่รู้จักกันดีคือ กามสูตร— ตำราโบราณของอินเดียที่เขียนเป็นภาษาสันสกฤตว่าด้วยเรื่องเพศ ความอีโรติก และความสมหวังทางอารมณ์ ซึ่งประมาณว่าถูกเขียนขึ้นราวปี 400 ก่อนคริสตกาล ถึง 300 หลังคริสตกาล (วันที่แน่ชัดยังไม่เป็นที่สรุป)


ต่างจากที่เข้าใจกัน กามสูตรไม่ได้เป็นแค่คู่มือท่าทางเซ็กซ์

ในความเป็นจริง กามสูตรคือคู่มือแห่งศิลปะแห่งการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพ ว่าด้วยธรรมชาติของความรัก การหาคู่ครอง ดูแลชีวิตรัก รวมถึงคุณค่าหลากหลายด้านที่เกี่ยวข้องกับความสุขของมนุษย์เรา

พฤติกรรมทางเพศที่หลากหลายยังปรากฏอยู่ในงานศิลปะและวรรณกรรมของกรีกและโรมันโบราณ ครอบคลุมทั้งความสัมพันธ์ชายหญิง ความสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกัน รวมถึงเซ็กส์แบบกลุ่ม

ต่อมา อิทธิพลของศาสนาคริสต์ได้เปลี่ยนแปลงมุมมองเรื่องเพศของชาวตะวันตกอย่างมาก: ศาสนจักรเผยแพร่แนวคิดบาปกำเนิด ยกย่องคุณค่าความบริสุทธิ์และความไร้เดียงสาในผู้หญิง และสนับสนุนการมีเพศสัมพันธ์เฉพาะในกรอบสมรสภายใต้การรับรองของศาสนาเท่านั้น แรงดึงดูดทางกายถือเป็นสิ่งไม่สำคัญในการเลือกคู่สมรส และแต่งงานบนพื้นฐานผลประโยชน์ทางวัตถุ

ทว่าทัศนคตินี้กลับถูกมองว่าเป็นความแสร้งศีลธรรม เพราะความใคร่และความอีโรติกยังคงปรากฏอย่างต่อเนื่อง ไม่เว้นแม้แต่บรรดาผู้แสดงตนรับใช้พระก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้


มักพบว่าการกดขี่เรื่องเพศอย่างหนักแน่น กลับแอบกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมสำส่อนอย่างลับๆ

แม้ในยุคกลางหรือยุคมืด ศิลปินยังสามารถแต่งแต้มความอีโรติกไว้ในภาพเขียนนักบุญ ขณะที่นักเขียนเสียดสีวิถีของนักบวชอย่างเจ็บแสบ

ผู้หญิงก็มีความต้องการทางเพศเช่นกัน!

ความสนใจทางวิทยาศาสตร์ต่อเรื่องเพศเกิดขึ้นช้า เพิ่งจะในคริสต์ศตวรรษที่ 19 งานวิจัยแรกๆ มุ่งจัดจำแนกพฤติกรรมทางเพศว่า ‘ปกติ’ หรือ ‘ผิดปกติ’ ตัวอย่างเช่น ความใคร่ทางเพศของผู้หญิงถือเป็นเรื่องผิดธรรมชาติ หรือแม้แต่โรค โดยเรียกว่า ‘ฮีสทีเรียในผู้หญิง’ ซึ่งว่ากันว่าต้องได้รับการรักษา


เชื่อกันว่าเครื่องสั่น — เซ็กซ์ทอยไฟฟ้าชิ้นแรกของโลก — ถูกประดิษฐ์ขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับเครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นแรกๆ

เครื่องสั่นกลไกถูกคิดค้นขึ้นเพื่อให้หมอนวดกระตุ้นอวัยวะเพศหญิงให้ออกัสซึมและบรรเทาอาการ ‘ฮีสทีเรีย’ กล่าวคือ แพทย์ช่วยให้ผู้หญิงที่อัดอั้นเรื่องเพศถึงจุดสุดยอดได้

จนถึงต้นศตวรรษที่ 20 แวดวงวิทยาศาสตร์ในอเมริกาและยุโรปจึงเริ่มตระหนักว่าผู้หญิงก็มีความต้องการเรื่องเพศโดยธรรมชาติ ผู้หญิงเคยได้รับการยกย่องแค่ในฐานะผู้ตอบสนองความใคร่ของฝ่ายชายเท่านั้น

เด็กผู้หญิงถูกเลี้ยงดูให้เชื่อว่า ผู้หญิงที่แต่งงานมีหน้าที่ช่วยให้สามีได้รับความสุขทางเพศและให้บุตร ความใคร่ในผู้หญิงถูกควบคุมให้อยู่ในกรอบ ประพฤติตัวเรียบร้อย ส่วนการมีเพศสัมพันธ์นอกสมรสถูกมองว่าเป็นบาป

ต้องขอบคุณ ซิกมันด์ ฟรอยด์ (1856–1939) ‘บิดาแห่งจิตวิทยาสมัยใหม่’ ที่ล้มล้างความเชื่อนี้ ด้วยการสังเกตคนไข้ ฟรอยด์สรุปว่าทั้งผู้หญิงและผู้ชายต่างก็เป็นผู้มีความต้องการทางเพศ และเรื่องเพศเริ่มพัฒนาแต่เนิ่นๆ ในวัยเด็ก

เกินกว่าเรื่องชีวภาพ: ยอมรับว่าเรื่องเพศไม่ใช่แค่สัญชาตญาณที่ถูกกำหนดโดยธรรมชาติ

ไม่ใช่แค่สัญชาตญาณทางชีววิทยา

ต่างจากสัตว์ มนุษย์มีประสบการณ์ทางเรื่องเพศที่เร้าอารมณ์ — มากกว่าสัญชาตญาณการสืบพันธุ์ เราเลือกนิยามและปรับแต่งพฤติกรรมที่สร้างสุขทางเพศและกระตุ้นจุดเร้าอารมณ์ รวมถึงจิตใจด้วย

เมื่อวิชาจิตวิทยาก้าวหน้า วิชาย่อยด้านเซ็กซ์วิทยาก็เติบโตควบคู่ — ศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศของมนุษย์ ความรู้ใหม่ๆ ยังคงเกิดขึ้น พลิกแนวคิดเดิมที่ไม่ถูกต้อง พร้อมมอบคำตอบที่ช่วยให้คุณเข้าใจเรื่องเพศของตัวเองมากขึ้น

ควรจำไว้ว่าวัฒนธรรมและสังคมต่างๆ ล้วนมีทัศนคติต่อเรื่องเพศที่แตกต่างกัน — บางแห่งเปิดกว้าง บางแห่งเข้มงวด ตลอดจนยังมีข้อห้ามในทุกวัฒนธรรม อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคุณจะใช้ชีวิตและอยู่กับใคร การเข้าใจเรื่องเพศของตนเองสำคัญต่อการสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคงและยั่งยืน

การมีสุขภาวะทางเพศหมายถึงร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปลอดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่ยังหมายถึงการมีทัศนคติเชิงบวกและเคารพเรื่องเพศของผู้อื่น ตลอดจนร่วมสร้างความสัมพันธ์ทางเพศที่ปลอดภัย มีความสุข ไม่มีการเลือกปฏิบัติหรือความรุนแรง

นอกจากนี้เรื่องเพศยังสัมพันธ์กับประโยชน์ต่อสุขภาพอีกมากมายที่ขยายผลเกินกว่าห้องนอน ชีวิตเพศที่ดี:

  • เสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย
  • ช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศ (libido)
  • ช่วยให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานแข็งแรง ป้องกันภาวะกลั้นปัสสาวะไม่ได้
  • ลดความดันโลหิตและความเสี่ยงหัวใจวาย
  • บรรเทาอาการปวด เช่น ปวดประจำเดือนหรือปวดศีรษะ
  • ช่วยให้หลับง่าย ลดความเครียด

ซับซ้อน แตกต่าง และเปลี่ยนแปลงได้

เรื่องเพศของมนุษย์มีความซับซ้อนและอาจแตกต่างกันมากในแต่ละคน หรือแม้แต่คนๆ เดียวก็อาจแสดงออกเรื่องเพศในหลายรูปแบบ ไม่ใช่ทุกคนที่เรารู้สึกดึงดูดจะทำให้เราอยากมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน — การชื่นชอบหรือคิดว่าใครน่ารัก ไม่ได้แปลว่าต้องอยากสนิทสนมหรือมีความสัมพันธ์ด้วย


เช่นเดียวกัน บางคนที่เรารู้สึกหื่นกับเขามาก อาจไม่ได้สวยหรือฉลาดอย่างที่คิด

ความสัมพันธ์ทางเพศ ก็เปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา: จากไฟรักที่ร้อนแรงกลายเป็นความอบอุ่นแนบแน่นที่อารมณ์และความใกล้ชิดด้านจิตใจสำคัญกว่าความสัมพันธ์ทางกาย

พฤติกรรมทางเพศของมนุษย์ไม่จำกัดแค่การมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่ และหลากหลายกว่าที่คิด บางคนทำกิจกรรมทางเพศคนเดียว แบบคู่ (ทั้งเพศเดียวกันหรือต่างเพศ) หรือในกลุ่ม ซึ่งอาจจะมีหรือไม่มีกิจกรรมสอดใส่ก็ได้

จินตนาการเรื่องเพศก็ถือเป็นส่วนหนึ่งตามธรรมชาติ บางคนเลือกทำให้ ‘ฝัน’ เหล่านั้นเป็นจริง ในขณะที่บางคนก็ไม่เคยทำตามที่จินตนาการ

บางคนไม่มีความต้องการทางเพศเลยและก็มีความสุขกับสิ่งนี้ได้ ตราบใดที่คุณพึงพอใจและสบายใจกับสิ่งที่เป็น เคารพขอบเขตของตัวเองและผู้อื่น เรื่องเพศของคุณก็นับว่าเป็นปกติและดีต่อสุขภาพแล้ว

รสนิยมทางเพศคืออะไร?

‘รสนิยมทางเพศ คือรูปแบบความรู้สึกดึงดูดทั้งในเชิงรักหรือเชิงกามารมณ์ (หรือทั้งสองอย่างรวมกัน) ต่อเพศตรงข้าม [รักต่างเพศ (heterosexuality)], เพศเดียวกัน [รักเพศเดียวกัน (homosexuality)], หรือทั้งสองเพศหรือมากกว่าหนึ่งเพศ [รักสองเพศ (bisexuality)]’ (จากวิกิพีเดีย)


บางครั้งอะเซ็กชวล (asexuality) ก็ถือเป็นรสนิยมทางเพศด้วย แม้ว่าคนอะเซ็กฯ จะมองว่าเรื่องเพศ/เซ็กซ์ไม่สำคัญ ซึ่งเป็นการปฏิเสธมากกว่าความชอบ

รสนิยมทางเพศสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดชีวิต เช่น บางคนอาจแสดงออกว่าเป็นรักต่างเพศในวัยหนุ่มสาว หากพบว่าต้องปรับตัวให้อยู่ในสังคมที่ไม่ยอมรับความรักเพศเดียวกัน แต่เมื่อเติบโตขึ้น อาจค้นพบว่าตนเองดึงดูดแต่เพศเดียวกันและมีอิสรภาพที่จะแสดงออก

การเลือกปฏิบัติทางเพศ

ถ้าเรื่องเพศเป็นเรื่องง่าย คงไม่มีความสับสน ตึงเครียด หรือเข้าใจผิดมากมายแบบนี้

บางคนสบายใจในสิ่งที่เป็น ไม่เคยตั้งคำถามเกี่ยวกับตัวเอง ขณะที่บางคนอาจใช้เวลาทั้งชีวิตในการค้นหาอัตลักษณ์ทางเพศของตัวเอง

มีไม่น้อยที่รับรู้ความต้องการทางเพศของตนเองแต่ไม่เคยแสดงออก เพราะรู้ดีว่าสิ่งที่ปรารถนาอาจไม่เป็นที่ยอมรับในสังคม ส่วนบางคนก็ยากที่จะรับความหลากหลายทางเพศใดๆ ที่ต่างจากสิ่งที่ตนเองยึดถือ หากคนเช่นนี้มากกว่าครึ่งในสังคม กลุ่มเพศหลากหลาย (sexual minorities) ก็ถูกเลือกปฏิบัติในรูปแบบที่เห็นได้ชัดหรือแอบแฝง รวมไปถึงความรุนแรงและการถูกกีดกันทางสังคม


สุขภาวะทางเพศสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับสุขภาพจิตและความอยู่ดีมีสุข การใช้ชีวิตท่ามกลางเงื่อนไขที่เป็นลบตลอดเวลา อาจทำให้เกิดผลเสียอย่างรุนแรง

งานวิจัยพบว่ากลุ่ม LGBTI (หญิงรักหญิง ชายรักชาย ไบเซ็กชวล คนข้ามเพศ และผู้มีเพศกำกวม) มีความเสี่ยงต่อ โรคซึมเศร้า ความวิตกกังวล การใช้สารเสพติด การไร้ที่อยู่อาศัย การทำร้ายตัวเอง และความคิดฆ่าตัวตาย สูงกว่าคนทั่วไป

โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน LGBTI ที่กำลังยอมรับตัวเองและเผชิญกับการกลั่นแกล้งในโรงเรียนด้วย

ถ้าคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังเจอปัญหาเหล่านี้ หรือรู้สึกท้อแท้กับตัวเอง หรือถูกเลือกปฏิบัติจากรสนิยมทางเพศ:

  • เลิกคบหาใครก็ตามที่ทำร้ายจิตใจคุณ — เวลาคือสิ่งมีค่าที่สุดของชีวิต
  • ขอความช่วยเหลือจากคนที่ไว้ใจได้ — เพื่อน ญาติ หมอ นักจิตวิทยา
  • โทรติดต่อสายด่วนในพื้นที่เพื่อพูดคุย หรือหาทรัพยากรในอินเทอร์เน็ต
  • ให้เวลาตัวเองอย่างเต็มที่ในการทำความเข้าใจตัวเอง
  • ถ้าคิดว่าตัวเองเป็นหญิงรักหญิง/ชายรักชายแต่ยังไม่อยากเปิดเผย ไม่เป็นไรเลย

คุณสามารถติดตามรอบเดือนของตัวเองได้ผ่านแอป WomanLog ดาวน์โหลด WomanLog ได้เลยตอนนี้:

ดาวน์โหลดบน App Store

Get it on Google Play

แชร์บทความนี้:
Sex and Society, Volume 2. Marshall Cavendish. 2010. Available at: - https://books.google.lv/books?id=YtsxeWE7VD0C&pg=PA384&redir_esc=y#v=onepage&q&f=false
La Sexualité. Jacques Waynberg, Noëlla Jarousse. Hachette, 1993.
https://classic.lib.rochester.edu/robbins/sex-society
https://www.newyorker.com/magazine/2017/06/19/how-st-augustine-invented-sex
https://dukespace.lib.duke.edu/dspace/handle/10161/18952
https://www.psychologytoday.com/us/blog/all-about-sex/201303/hysteria-and-the-strange-history-vibrators
https://www.simplypsychology.org/psychosexual.html
https://www.webmd.com/sex-relationships/guide/sex-and-health
https://www.dictionary.com/browse/heterosexuality
https://www.britannica.com/topic/homosexuality
https://www.healthline.com/health/what-is-asexual
https://www.betterhealth.vic.gov.au/health/healthyliving/Sexuality-explained
https://www.collinsdictionary.com/dictionary/english/lgbti
लॉन्ग-डिस्टेंस रिलेशनशिप्स तब होती हैं जब प्रेमिका और उसका साथी एक-दूसरे से काफी शारीरिक दूरी पर रहते हैं। वे दो अलग-अलग शहरों, देशों या यहां तक कि महाद्वीपों में रहती हैं और अपने काम, पढ़ाई या अन्य कारणों (जैसे अभूतपूर्व वैश्विक महामारी के कारण लगाए गए प्रतिबंधों) की वजह से सामान्य रूप से आमने-सामने नहीं मिल पातीं।
चाहे आप महीने भर एक सक्रिय यौन जीवन बनाए रखें, या किसी भी कारण से अपने पीरियड के दौरान सेक्स से बचें, फिर भी मासिक धर्म के समय सेक्स को लेकर एक टैबू बना हुआ है। इस विषय से जुड़े कई सवाल अक्सर अनिश्चितता के साए में ही रह जाते हैं।
प्राकृतिक प्रक्रियाएँ अक्सर अव्यवस्थित होती हैं, और सभी के लिए इन्हें सुरक्षित व आनंददायक बनाए रखने हेतु नियमों का पालन जरूरी है। जानकारी होना ही एक सुंदर अनुभव और बुरे अनुभव के बीच फर्क ला सकता है।