ใหม่! เข้าสู่ระบบเพื่อจัดการบัญชีของคุณ ดูบันทึก ดาวน์โหลดรายงาน (PDF/CSV) และดูข้อมูลสำรองของคุณ เข้าสู่ระบบที่นี่!
แชร์บทความนี้:

ข้อต่อขากรรไกร (TMJ) และโรคที่เกี่ยวข้อง

การกำฟันแน่นเป็นผลข้างเคียงที่มักเกิดจากชีวิตที่เต็มไปด้วยความเครียด คุณอาจหักโหมกับขากรรไกรของตัวเองเมื่อตอนนอนกัดฟัน รับประทานอาหารแข็งมากเกินไป หรือมีท่วงท่าร่างกายที่ไม่ถูกต้อง! หากปล่อยไว้ไม่รักษา อาการเหล่านี้อาจพัฒนาเป็นปัญหาเรื้อรังที่เรียกว่าโรค TMJ ได้

สำรวจกลไกของข้อต่อขากรรไกรและโรค TMJ

การยิ้ม พูด หาว เคี้ยว—กล้ามเนื้อใบหน้าเป็นสิ่งที่เราใช้งานอย่างหนักในทุก ๆ วัน แต่เราแทบไม่ได้นึกถึงกล้ามเนื้อเหล่านี้เลย เว้นแต่จะกังวลเรื่องริ้วรอยบ้างเท่านั้น เมื่อครูโยคะ ผู้นำสมาธิ หรือกายภาพบำบัดแนะนำให้ลูกค้าผ่อนคลายใบหน้าและขากรรไกร หลายคนจะประหลาดใจว่าใบหน้าของตนเองตึงเครียดมากแค่ไหน!

TMJ หรือ ข้อต่อขากรรไกร คือข้อต่อที่เชื่อมขากรรไกรล่าง (mandible) กับกะโหลกศีรษะบริเวณขมับ กล้ามเนื้อที่เชื่อมต่อกับข้อนี้จะยึดลงมาตามแก้ม ขากรรไกร (กล้ามเนื้อ masseter) และลำคอ และขึ้นไปถึงกระโหลกศีรษะ (กล้ามเนื้อ temporalis) กล้ามเนื้อบริเวณหลังคอก็มีบทบาทต่อการจัดวางตำแหน่งและการทำงานของ TMJ เช่นกัน


หากข้อต่อขากรรไกรของคุณมีปัญหา กล้ามเนื้อเหล่านี้ก็อาจถูกใช้งานหนักมากขึ้น และในทางกลับกัน

TMJ มีหน้าที่ ยึดขากรรไกรให้มั่นคง และเช่นเดียวกันกับ การเคี้ยว และ การกลืน มันเป็นจุดเชื่อมโยงโดยตรงหรือโดยอ้อมกับกล้ามเนื้อที่สำคัญในบริเวณใบหน้าและลำคอ ถ้าที่นี่เกิดปัญหา อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงปัญหาในส่วนที่เชื่อมต่อด้วยเช่นกัน ปัญหา TMJ มักเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าคุณมีความเครียดมากเกินไปในชีวิต

ชื่อทางการของโรคข้อต่อขากรรไกรคือ TMD แต่โดยทั่วไปเรามักจะเรียกด้วยชื่อข้อต่อเอง (TMJ) แทน

หากขากรรไกรของคุณแน่นตลอดเวลาและคุณกัดฟันตอนกลางคืนหรือแม้แต่ตอนกลางวัน แทบจะแน่ชัดว่าเกิดจากความเครียดและความกังวลใจ แต่ก่อนอื่น ลองพิจารณาเหตุผลอื่น ๆ ที่เป็นไปได้กันก่อน

พันธุกรรมและการบาดเจ็บ

โครงสร้างของขากรรไกรและตำแหน่งอาจต่างกันเล็กน้อยในแต่ละคน หากคุณได้ยินเสียงคลิกหรือกระดูกลั่นเวลาอ้าหรือปิดปากโดยไม่มีอาการเจ็บหรือไม่สบาย อาจแปลว่าแคปซูล—เยื่อหุ้มเส้นใยที่ล้อมรอบข้อนั้นอยู่ในตำแหน่งที่ผิดปกติเพียงเล็กน้อย ทำให้ข้อต่อ 'กระโดด' แทนที่จะเลื่อนเปิดได้เรียบลื่น

ความแปลกเฉพาะตัวนี้มาจากพันธุกรรม ข้อต่อที่เสียดสีกันอาจสึกหรอเร็วขึ้นเล็กน้อย ควรเฝ้าดูแลเอาไว้แต่ไม่ต้องกังวล—เสียงกระดูกดังอย่างเดียวไม่ใช่อาการผิดปกติใด ๆ มันเป็นเพียงเอกลักษณ์เฉพาะของร่างกายคุณ

ปัญหา TMJ สามารถเกี่ยวโยงกับการจัดฟันและสุขภาพช่องปากโดยทั่วไป การติดเชื้อที่ฟันหรือปัญหาเกี่ยวกับฟันกรามใหญ่ก็อาจทำให้ TMJ มีอาการกำเริบขึ้นมาได้

ในทำนองเดียวกัน การบาดเจ็บ ก็อาจนำไปสู่ภาวะขากรรไกรเคลื่อน หากคุณหกล้มหรือได้รับอุบัติเหตุกระแทกแรง ๆ ตามด้วยอาการเจ็บที่ขากรรไกร ก็ควรไปตรวจเช็กโครงสร้างใบหน้า การบาดเจ็บไม่จำเป็นต้องเกิดกับศีรษะหรือใบหน้าเท่านั้น แต่อาจมาที่จุดอื่น ๆ ก็มีผลต่อ TMJ ได้ เช่น เท้าหรือหลัง แพทย์ประจำตัวหรือทันตแพทย์จะสั่งทำ เอ็กซ์เรย์ ขากรรไกรเพื่อดูว่ามีความบาดเจ็บใด ๆ หรือไม่

โรค TMJ ยังพบว่ามีความเกี่ยวข้องกับโรคอื่น ๆ อีกมาก ขากรรไกรเป็นจุดเปราะบางที่ส่งสัญญาณถึงโรคร้ายอื่น ๆ เช่น ภูมิแพ้ มีปัญหาการหายใจ อาการปวดกล้ามเนื้อและเส้นประสาทเรื้อรังเฉพาะจุด นอนหลับยาก มีความวิตกกังวล ลำไส้แปรปรวน ฯลฯ รวมถึงอาการเจ็บขากรรไกรที่ได้รับการยอมรับมานานว่า อาจเป็นสัญญาณของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์และข้ออักเสบชนิดอื่น ๆ ด้วย

ตำแหน่งของลิ้น

หากรู้สึกปวดขากรรไกร ลองสังเกตตำแหน่งของลิ้นขณะพักผ่อน ในภาวะปกติ ลิ้นควรวางอยู่หลังฟันหน้าบน พักเบา ๆ ที่เพดานปาก ถ้าลิ้นไม่ตกอยู่ตำแหน่งนี้โดยธรรมชาติ การ "ฝึก" ลิ้นให้อยู่ถูกตำแหน่งอาจยากแต่เป็นไปได้ หากลิ้นวางระหว่างฟันกราม อยู่กับฟันล่าง หรือนอกเหนือจากจุดที่ควร ก็จะเพิ่มแรงกดดันต่อคอและขากรรไกร


ค่อย ๆ กระตุ้นให้ลิ้นวางตำแหน่งที่ถูกต้องทุกสองสามชั่วโมงโดยผ่อนคลายขากรรไกรและวางปลายลิ้นไว้ที่เพดานปากหลังฟันหน้าบน

ท่าบริหารขากรรไกรและใบหน้าท้ายบทความนี้ก็จะช่วยสร้างท่าทางลิ้นที่เหมาะสมได้

ท่าทางร่างกาย

ไลฟ์สไตล์ในออฟฟิศสมัยใหม่มีส่วนอย่างยิ่งต่อการเกิดโรค TMJ ไม่ใช่แค่ความเครียดแต่รวมถึงท่าทางที่เราใช้ประจำวัน

ท่าก้มหน้าไปด้านหน้าหรือท่า “tech-neck” เวลานั่งหน้าคอมพิวเตอร์หรือใช้มือถือ รวมถึงตอนขับรถ สร้างความเครียดให้แก่ลำคอและหลังส่วนบนอย่างมาก ขากรรไกรล่างอาจยื่นออกหรือถอยย้อน ส่งผลให้ TMJ ตึงเครียดมากขึ้น

ท่าก้มศีรษะมักมาพร้อมกับการโน้มตัวและแขนไหล่ไปข้างหน้า เหยียดแขนออกด้านหลังและยกอกขึ้นบ่อย ๆ เพื่อเปิดช่วงอกและขยับสะบัก

เพื่อบรรเทาปัญหา ใช้เก้าอี้ที่ออกแบบตามหลักสรีระ นั่งหลังตรงหรือเอนหลังขณะทำงาน และหยุดพักบ่อย ๆ เพื่อยืดเหยียดศีรษะและคอไปทุกทิศ รวมถึงลงต่ำและเฉียงลงอย่างกับกำลังมองรักแร้ จะช่วยคลายความตึงของกล้ามเนื้อได้

การป้องกันอาการปวดขากรรไกร - หลีกเลี่ยงการวางคางไว้บนมือขณะใช้คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ


ถ้าขากรรไกรเจ็บเพียงข้างเดียว ซึ่งพบได้บ่อย ให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้เอาคางวางบนมือเวลาทำงานหน้าคอมพิวเตอร์หรือใช้งานมือถือ การทำเช่นนี้ทำให้หลังค่อมซึ่งเป็นท่าทางที่ก่อให้เกิดปัญหา นอกจากนั้นยังเกิดท่าศีรษะยื่นไปข้างหน้าและเบี้ยวด้าน และเมื่อดันคางขึ้นก็ไปกดขากรรไกรที่อาจจัดตำแหน่งผิดอยู่แล้ว การเปลี่ยนนิสัยนี้ไม่ง่าย แต่ฝึกให้นั่งหลังตรงจะส่งผลดีต่อสุขภาพหลายประการ

ดูแลท่าทางร่างกายโดยรวมและออกกำลังกายทั้งเสริมความแข็งแรงและคาดิโอเป็นประจำ อย่าลืมคลายกล้ามเนื้อไหล่ คอ และอก

อย่างน้อยควรออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อปานกลาง 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อเสริมความแข็งแรงบริเวณไหล่ แขนส่วนบน คอ และหลังส่วนบน

เช่นเดียวกับการยืดกล้ามเนื้อ ตั้งใจผ่อนคลายขากรรไกรทุกสองสามชั่วโมง หากต้องการตั้งปลุกในมือถือไว้เตือนก็ได้ แต่ถ้าขากรรไกรแน่นและ TMJ มีอาการกำเริบ อาจผ่อนคลายด้วยตัวเองไม่ไหว ลองท่าบริหารข้างล่างนี้

Advertisement


บรรเทาอาการทันที

ลองใช้เทคนิคเหล่านี้เพื่อบรรเทาความตึงเครียดในขากรรไกรทันที:

นำวัตถุแบน ๆ (แนะนำเป็นไม้ไอศกรีมหรือดินสอพลาสติก) วางไว้ระหว่างฟันหน้าล่างแล้วถือไว้ ลองปรับตำแหน่งให้เหมาะสมโดยให้ฟันยึดวัตถุไว้ วิธีนี้จะช่วยลดแรงกดที่ TMJ และคุณจะรู้สึกโล่งสบายขึ้น

ผ่อนคลายใบหน้า วางส้นฝ่ามือที่ขมับแล้วลากลงมาทั้งสองฝั่งใบหน้าพร้อมกันโดยค่อย ๆ อ้าปากให้เต็มที่ขณะลากมือผ่าน กดมือลงให้พอเหมาะเพื่อผ่อนคลายความตึง ทำซ้ำได้ตามต้องการ

นวดกล้ามเนื้อรอบหู ใช้นิ้วสองนิ้ววางไว้ข้างหู: นิ้วนางและนิ้วก้อยที่ขมับ นิ้วกลางและนิ้วชี้ที่ต้นคอ (กล้ามเนื้อ splenius) กดเบา ๆ แล้วขยับมือขึ้นและลงเพื่อคลายกล้ามเนื้อ จากนั้นขยับมาที่กล้ามเนื้อ masseter บริเวณขากรรไกรแล้วนวดแบบเดียวกันต่อ

ใช้ผ้าประคบอุ่นบริเวณขากรรไกร ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบขากรรไกรครั้งละ 15 นาที วันละ 3–4 ครั้ง เพื่อลดอาการปวดกล้ามเนื้อ

ยาแก้ปวด เช่น ibuprofen ก็ช่วยบรรเทาอาการปวดและลดการอักเสบได้เช่นกัน


ถ้าไม่สามารถอ้าหรือปิดปากได้เพราะติดหรืิอมีอาการปวดรุนแรงเฉียบพลัน ถือว่าคุณเป็น “lockjaw” ควรไปพบแพทย์ทันที

วิธีระยะยาว

การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์โดยรวมเป็นสิ่งสำคัญเพื่อบรรเทาอาการ TMJ รักษาท่าทางร่างกายและสุขภาพโดยรวมให้ดีอยู่เสมอ ยืดแขน อก และไหล่ทุก 1–2 ชั่วโมงขณะทำงาน

โรค TMJ มักเชื่อมโยงกับการนอนหลับผิดปกติ ใช้เทคนิคหายใจและผ่อนคลายความเครียดระหว่างวันและก่อนนอน จัดหมอนและที่นอนให้เหมาะกับท่านอนมากที่สุด

ที่กัดฟัน หรือ “night guard” อาจจำเป็นหากต้องการป้องกันฟันสึกและขากรรไกรเคร่งเครียดตอนกลางคืน โดย GP หรือทันตแพทย์จะเป็นผู้ออกแบบให้

อย่าทานอาหารแข็ง เคี้ยวยาก เช่น ถั่ว แครอทสด ทอฟฟี่ หาก TMJ กำเริบขึ้น หลีกเลี่ยงการเคี้ยวหมากฝรั่งและปล่อยขากรรไกรให้ได้พักผ่อน

ตั้งใจเคี้ยวอาหารด้วยขากรรไกรทั้งสองข้างสลับกัน


ถ้าขากรรไกรเจ็บด้านเดียว อาจเพราะข้างนั้นอ่อนแรงกว่าข้ออื่น หรือกลับกันกำลังชดเชยกับข้างที่อ่อนแรงกว่า

นวดและบริหาร

นวดใบหน้าทุกวันด้วยน้ำมันเล็กน้อย ครีมบำรุงหรือเนยโกโก้เพื่อลดความเสียดทาน โดยเลือกเวลาที่สม่ำเสมอ เช่น ก่อนนอน การนวดด้วยตนเองเป็นหัวใจสำคัญของการผ่อนคลายกล้ามเนื้อใบหน้า

อย่าลืมล้างมือให้สะอาดและใช้ผลิตภัณฑ์ที่สะอาดทุกครั้งที่สัมผัสใบหน้า

เทคนิคการนวดบางอย่างเช่น:

นวดใบหน้าด้วยปลายนิ้วเป็นวงกลมเล็ก ๆ ทั้งสองข้างพร้อมกัน เริ่มนวดจาก TMJ ไล่ลงไปตามแนวขากรรไกรแล้วขึ้นไปที่ขมับและย้อนกลับ

ใช้นิ้วหรือข้อมือถูนวดกล้ามเนื้อ masseter เริ่มที่ TMJ แล้วนวดเฉียงลงไปด้านข้างปาก โดยพยายามผ่อนคลายขากรรไกรไปด้วย ทำซ้ำตามต้องการ ลองนวดได้ทั้งตอนอ้าหรือปิดปาก

บริหารท่าเสริมความแข็งแรงและเคลื่อนไหวของขากรรไกร ใช้กระจกเช็กท่าทางให้ถูกต้องและระวังอย่าใช้งานขากรรไกรมากเกินไป

วางปลายลิ้นไว้ที่เพดานปากใกล้ฟันหน้าบน ขณะยึดลิ้นไว้ตรงนี้ให้ค่อย ๆ อ้าปากกว้างสุดแล้วปิดกลับ สังเกตจุดที่ขากรรไกรเกิดเสียงคลิก ทำซ้ำ 10 รอบ

ขณะลิ้นยังอยู่ตำแหน่งเดิมให้ขากรรไกรล่างเคลื่อนไปซ้าย–ขวา 10 ครั้ง แล้วเคลื่อนหน้า–หลังต่อ วิธีนี้ช่วยเพิ่มความคล่องตัวของขากรรไกรและช่วยให้ข้อต่อเคลื่อนไหวดีขึ้น

ลองท่า 'chin tuck' โดยปิดปาก ยืนหลังตรง แล้วดันศีรษะถอยหลังตรง (คล้ายท่าเต้นอียิปต์ ปกติแต่ย้อนไปด้านหลัง) ค้างไว้สองสามวินาที ทำซ้ำ 5 ครั้ง วิธีนี้ช่วยแก้ความเคยชินของท่าศีรษะยื่น ท่านี้อาจทำขณะยืนหรือพิงกำแพงแล้วดันศีรษะถอยหลังขึ้นด้านบน ระวังอย่าฝืนยืดเกินไป


ไปพบกายภาพบำบัดหรือหมอนวดไคโรแพรคติก เพื่อประเมินความรุนแรงของโรค TMJ แล้วรับคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล ผู้เชี่ยวชาญสามารถสอนท่าบริหารเพิ่มเติมและนวดหน้าให้ถูกวิธี รวมถึง การนวดในช่องปากด้านในแก้ม

การผ่าตัด

ในกรณีที่อาการรุนแรงมาก อาจจำเป็นต้องผ่าตัดปรับโครงกระดูกใบหน้าหรือข้อต่อขากรรไกรเอง ศัลยแพทย์ช่องปากหรือกระดูกใบหน้าเฉพาะทางจะเป็นผู้ดำเนินการ

การฉีดโบท็อกซ์ บางครั้งใช้รักษา TMJ โดยฉีดเข้าไปในกล้ามเนื้อ masseter ขมับ หรือหน้าผากเพื่อลดอาการตึงในขากรรไกร วิธีนี้ค่อนข้างปลอดภัยแต่ผลอยู่ได้แค่ไม่กี่เดือน และไม่ได้แก้ไขต้นเหตุของโรค

การแพทย์ทางเลือก ก็มีวิธีบำบัดต่าง ๆ เช่น ฝังเข็ม และ อโรมาเทอราพี เพื่อช่วยบรรเทาอาการได้เหมือนกัน

ไปพบแพทย์

อย่าอายที่จะพูดถึงอาการปวดหรือตึงตรงขากรรไกรกับคุณหมอ อาการปวดขากรรไกรมักเจ้าเล่ห์ ถึงจะไม่เจ็บแสบหรือรุนแรงก็ทำให้จิตใจหมดกำลังเช่นเดียวกับ อาการปวดเรื้อรัง มีทางเลือกในการรักษาหลายแบบ หากใส่ใจร่างกายตัวเองมากขึ้นและตอบสนองต่อความต้องการของมันได้เหมาะสม คุณจะสามารถเอาชนะความรู้สึกไม่สบายที่ขากรรไกรได้แน่นอน

คุณสามารถบันทึกประจำเดือนของคุณกับ WomanLog ได้ ดาวน์โหลด WomanLog ตอนนี้:

ดาวน์โหลดบน App Store

ดาวน์โหลดบน Google Play

แชร์บทความนี้:
https://tmj.org/living-with-tmj/basics/
https://www.mouthhealthy.org/en/az-topics/t/tmj
https://www.aafp.org/afp/2015/0315/p378.html
https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/tmj/symptoms-causes/syc-20350941
https://www.medicalnewstoday.com/articles/317706
Advertisement


호르몬은 다양한 신체 기능을 담당하며, 우리의 몸에 수많은 영향을 미치는데, 그중에는 기분도 포함됩니다. 월경 주기에는 여러 가지 호르몬 작용이 일어나기 때문에 대부분의 여성들이 이에 따른 감정적 증상을 경험하게 됩니다.
길고 힘든 하루가 끝난 뒤, 이완 마사지를 마다할 사람은 거의 없을 거예요. 마사지는 치료적이거나 의학적으로 꼭 필요하거나, 운동 루틴의 일부이거나, 심지어 영적인 여정의 일부일 수도 있습니다. 어떤 이유든, 마사지는 내 몸을 돌보는 훌륭한 방법이에요.
구강 건강은 우리의 전반적인 웰빙에서 매우 중요하지만 종종 간과되는 요소입니다. 많은 여성들이 아플 때만 치과에 가지만, 이갈이는 시간이 지남에 따라 치아를 마모시키며 발견하기 어렵습니다. 이 글에서는 치아 갈기로 인한 손상을 예방하는 방법을 배울 수 있습니다.