ใหม่! เข้าสู่ระบบเพื่อจัดการบัญชีของคุณ ดูบันทึก ดาวน์โหลดรายงาน (PDF/CSV) และดูข้อมูลสำรองของคุณ เข้าสู่ระบบที่นี่!
แชร์บทความนี้:

บรรเทาอาการปวดประจำเดือน

Shark week. The crimson tide. การขี่ม้าฝ้าย เรามีคำเรียกประจำเดือนมากมายและสร้างสรรค์ แต่ก็คงไม่ช่วยให้สบายขึ้นเมื่อต้องเผชิญกับความไม่สบายตัวที่มาพร้อมกัน

ค้นหาวิธีบรรเทาอาการปวดประจำเดือนอย่างมีประสิทธิภาพ

แม้การมีประจำเดือนจะเป็นกระบวนการปกติของร่างกายผู้หญิง แต่มักทำให้รู้สึกไม่สบาย มีอาการปวดเกร็ง หน่วงหรือหนักๆ ในท้องน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อย วิธีบรรเทาอาการปวดมีหลายอย่าง ก่อนจะลงมือทำอะไร ควรเข้าใจเสียก่อนว่าเกิดจากอะไรและเจ็บตรงไหน

อาการปวดท้องในช่วง “Code Red” มักมาพร้อมปวดหลังส่วนล่างซึ่งอาจร้าวไปถึงขา ผู้หญิงบางคนมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว ท้องเสีย อารมณ์หงุดหงิดหรืออ่อนเพลีย บางรายอาจหน้ามืดหรือเป็นลมได้ อาการปวดประจำเดือนอาจรบกวนกิจกรรมประจำวัน 1–3 วันต่อเดือน จึงไม่เหมาะกับการออกกำลังกายอย่างหนัก แข่งขัน หรือเดินป่าไกลๆ อย่างไรก็ตาม บางคนกลับมีอาการเพียงเล็กน้อยหรือแทบไม่มีเลย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะร่างกายและสุขภาพโดยรวมของแต่ละคน

ไม่ได้ตั้งครรภ์? งั้นก็ถึงเวลาของประจำเดือนแล้ว…

ต่อให้คุณยังไม่ได้คิดจะมีลูก อยากเรียน สร้างอาชีพ หรือดูแลสุขภาพ แต่ร่างกายก็ยังเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ทุกเดือน เยื่อบุโพรงมดลูก (endometrium) จะค่อยๆ หนาขึ้นเพื่อรองรับไข่ที่ปฏิสนธิ

หากไข่ไม่ได้รับการปฏิสนธิ เยื่อบุโพรงมดลูกก็จะหลุดลอกออกมา อาการปวดประจำเดือนเกิดจากการบีบตัวของกล้ามเนื้อที่มีสาเหตุมาจากสารโปรสตาแกลนดินซึ่งเป็นไขมันที่กระตุ้นการบีบตัวเพื่อขับเลือดและเยื่อบุออก ยิ่งมีโปรสตาแกลนดินมาก การบีบตัวก็ยิ่งรุนแรงและยิ่งเจ็บมาก การบีบตัวแรงอาจไปขัดขวางหลอดเลือดข้างเคียง ทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงมดลูกได้น้อยลงและเกิดอาการปวด

คุณอาจเริ่มรู้สึกเจ็บ 1–3 วันก่อนประจำเดือนมา ช่วงนี้จะปวดตื้อๆ อย่างต่อเนื่อง โดยมากจะเจ็บมากที่สุดใน 2 ชั่วโมงแรกของการมีประจำเดือน และอาจปวดต่อเนื่องนาน 3 วัน


มีงานวิจัยพบว่า ผู้หญิงวัย 23–27 ปี มักปวดประจำเดือนมากที่สุด


อาการเจ็บปวดประจำเดือนอย่างรุนแรงเพราะโปรสตาแกลนดินสูงเรียกว่า “dysmenorrhea” หรือปวดประจำเดือนชนิดรุนแรง พบได้ในผู้หญิงวัยรุ่นที่เริ่มมีประจำเดือน (primary dysmenorrhea) และยังสามารถเกิดขึ้นกับผู้หญิงวัยกลางคนที่ไม่เคยปวดประจำเดือนมาก่อน (secondary dysmenorrhea) ปวดชนิดหลังนี้อาจมีสาเหตุจากโรค เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ช็อกโกแลตซีสต์ หรือเนื้องอกมดลูก แนะนำพูดคุยปรึกษานรีแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษา เพราะสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดได้มาก

สาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้ปวด

ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้ประจำเดือนปวด เช่น โครงสร้างมดลูกผิดปกติ (ปากมดลูกแคบ มดลูกหันเอียง/ตะแคง) น้ำหนักตัวเกิน การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ มีประจำเดือนไม่สม่ำเสมอ มีรอบเดือนมาตั้งแต่อายุน้อย (ก่อน 11) เครียดสะสม ใช้ร่างกายหนักเกินไป หรือมีเรื่องสะเทือนใจ เช่น การสูญเสียความสัมพันธ์ เลิกกับคนรัก ฯลฯ


พบว่าผู้หญิงที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์หรือยังไม่เคยคลอดลูก จะมีอาการปวดประจำเดือนรุนแรงกว่า


หลังผ่านการตั้งครรภ์และคลอดลูกแล้ว อาการปวดประจำเดือนมักลดลงหรือหายไปเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาในมดลูกและปากมดลูก พันธุกรรมก็มีส่วน—ถ้าแม่ปวดประจำเดือนหนัก ลูกสาวก็มักจะเป็นเช่นกัน อาหารก็มีผล—กาแฟ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน หรืออาหารเผ็ด เค็ม หวานมากเกินไป อาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น

ค้นหาทางที่เหมาะกับคุณ

ไม่มี “ยาวิเศษ” ใดที่ช่วยทุกคนได้ วิธีบรรเทาอาการจะแตกต่างกันตามแต่ละบุคคล บางคนแค่ได้พักผ่อนเพิ่มก็ดีแล้ว บางคนเชื่อในสมาธิ โยคะ หรือบางคนพึ่งพาแต่ยาแก้ปวด คำแนะนำพื้นฐานสำหรับการมีประจำเดือนคือ ดูแลตัวเองให้ดี—หลีกเลี่ยงทำงานหนัก นอนหลับให้เพียงพอ กินอาหารมีประโยชน์ ดื่มน้ำให้มาก ลดความเครียด และอย่าหักโหมออกกำลังกายเกินไป

ทางเลือกการดูแลตัวเอง: พักผ่อนเพิ่ม, ทำสมาธิ, โยคะ หรือบรรเทาปวด


เคล็ดลับเพิ่มเติม:

  • ถ้าปวดประจำเดือนมาก ควรปรึกษาแพทย์หรือสูตินรีแพทย์เพื่อขอคำแนะนำยาแก้ปวดให้เหมาะสม ถ้ารู้ช่วงที่ปวดได้แน่นอน ให้เริ่มยาก่อนมีอาการหรือเมื่อเพิ่งเริ่มปวด เพราะยาไม่มีผลทันที
  • ทางเลือกเบาๆ เช่น อาหารเสริม (วิตามิน, โอเมก้า 3) สมุนไพร หรือยารักษาโดยวิธีธรรมชาติแบบต่างๆ ก็ช่วยบรรเทาอาการได้สำหรับบางคน โดยควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนเลือกใช้
  • ชาสมุนไพรบางชนิดช่วยได้ แต่ต้องดื่มสม่ำเสมอเป็นเวลานานจึงเห็นผล


ข้อคิดเห็นจากแพทย์เกี่ยวกับการใช้ความร้อนแตกต่างกัน—บางท่านไม่แนะนำเพราะอาจทำให้เลือดออกมากขึ้น แต่บางท่านสนับสนุนให้แช่น้ำอุ่น หรือประคบร้อนท้องเพื่อความผ่อนคลาย


  • การติดเทปคิเนซิโอที่ท้องน้อยและหลังส่วนล่างก็ช่วยได้ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญทำก่อนวันมีประจำเดือน 1–2 วัน
  • ฝังเข็ม หรือ dry needling ก็ได้ผลกับผู้หญิงที่ชอบทางเลือกธรรมชาติ
  • ถ้าปวดประจำเดือนเกิดจากโรค ต้องวินิจฉัยรักษา ตรวจด้วยอัลตราซาวนด์หรือวิธีอื่นๆ และบางกรณีใช้กล้องตรวจภายใน หากเจอเนื้องอกหรือช็อกโกแลตซีสต์ อาจต้องผ่าตัด
  • สูตินรีแพทย์อาจเสนอฮอร์โมน เช่น ยาคุม หรือห่วงอนามัยฮอร์โมน ช่วยรักษาอาการปวดกรณีมีปัญหาฮอร์โมน โดยขึ้นกับสุขภาพ อายุ ความต้องการ และพฤติกรรมของคุณ
  • ท่าต่างๆ ก็ช่วยบรรเทาปวด เช่น ท่าทารกในครรภ์: นอนตะแคงหรือหงายยกเข่าชิดท้อง หรือคลานบนมือและเข่าก็ช่วยได้ นวดเบาๆ ท้องน้อยกับหลังส่วนล่างด้วยตัวเอง หรือขอให้เพื่อน/คู่รักช่วยแต่อย่าให้นวดแรง
  • ควรเน้นทานอาหารเบาแต่มีคุณค่าทางโภชนาการ เช่น ข้าวโอ๊ต กล้วย กล้วย วอลนัต ผักใบเขียว ขิง เมล็ดทานตะวัน
  • ถ้าร่างกายพร้อม ลองออกกำลังเบาๆ เช่น โยคะ เดินเร็ว หรือเวทเบาๆ เน้นยืดเหยียดอย่างพอเหมาะ การออกกำลังกายประจำมีส่วนช่วยลดอาการปวดและดีต่อสุขภาพโดยรวม

คำเตือน! หากคุณปวดรุนแรงร่วมกับไข้ หรือมีอาการผิดปกติที่อาจะเกี่ยวกับการติดเชื้อ, หรือไม่เคยปวดแบบนี้มาก่อน หรือมีเลือดออกมากอย่างฉับพลัน ขอให้รีบพบแพทย์โดยทันที!

Advertisement


เมื่อควรไปพบแพทย์

ถ้าคุณจัดการกับอาการปวดไม่ได้ ควรไปพบแพทย์หรือสูตินรีแพทย์ เตรียมตัวตอบคำถามเหล่านี้: มีประจำเดือนครั้งแรกเมื่อไหร่? รอบล่าสุดคือเมื่อไร? รอบเดือนสม่ำเสมอหรือไม่? นานแค่ไหน? เคยมีเลือดหรือตกขาวผิดปกติระหว่างรอบหรือเปล่า?

แพทย์จะสอบถามประวัติแม่และครอบครัว หากไม่รู้ ควรถามไว้ล่วงหน้า ตอบให้ครบว่าเคยลองวิธีไหนมาแล้ว สำเร็จมากน้อยแค่ไหน พร้อมข้อมูลโรคประจำตัวและยาหรืออาหารเสริมที่ใช้ เรื่องเครียดหรือเหตุการณ์สะเทือนอารมณ์ในชีวิต


แพทย์อาจถามเรื่องเพศสัมพันธ์—มีหรือไม่ และมีอาการเจ็บขณะร่วมเพศหรือเปล่า


อย่าอายที่จะถาม เช่น สาเหตุของอาการปวดประจำเดือนมีอะไรบ้าง? จะบรรเทาหรือหายไปได้แค่ไหน? ควรตรวจหรือวิเคราะห์อะไร? มียาหรือวิธีธรรมชาติแบบใดที่เหมาะกับตัวเอง?

คุณสามารถติดตามอาการต่างๆ ได้ใน WomanLog มีอาการให้เลือกมากกว่า 100 อย่าง ดาวน์โหลด WomanLog ได้ที่นี่:

ดาวน์โหลดบน App Store

ดาวน์โหลดบน Google Play

แชร์บทความนี้:
https://www.webmd.com/women/guide/menstrual-pain#1
https://www.nhs.uk/conditions/period-pain/
https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/4148-dysmenorrhea
https://www.medicalnewstoday.com/articles/157333.php
https://www.passeportsante.net/fr/Maux/Problemes/Fiche.aspx?doc=dysmenorrhee_pm
https://www.liberation.fr/sciences/2016/06/21/des-scientifiques-ont-enfin-compris-pourquoi-les-femmes-ont-mal-pendant-leurs-regles_1461040
https://www.nouvelles-du-monde.com/soulager-lendometriose-et-les-menstruations-douloureuses-avec-des-solutions-naturelles/
https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/menstrual-cramps/symptoms-causes/syc-20374938
Advertisement


O seu ciclo mensal é mais do que apenas menstruar todo mês. Existem mudanças no seu corpo que se manifestam tanto de forma visível quanto invisível, afetando você mais do que pode imaginar.
Percebe mais espinhas alguns dias antes da menstruação? Ou talvez sua pele fique mais opaca e ressecada nos primeiros dias do ciclo? Isso acontece porque o ciclo menstrual impacta diretamente a saúde e a aparência da pele. Neste artigo, você vai aprender como cada fase do ciclo influencia sua pele e dicas para adaptar sua rotina de skincare conforme cada etapa.
Saúde menstrual e saúde mental estão interligadas e podem impactar uma à outra. Às vezes, esse efeito é tão intenso que chega a prejudicar sua rotina. Desequilíbrios hormonais, distúrbios menstruais e outros processos reprodutivos disfuncionais podem fazer você se sentir sobrecarregada, ansiosa e até mesmo deprimida.